กระรอกเผือกและหนูท่อ กับเรื่องเสียใจของคุณพ่อวัย 31 ขวบ

Source: sad-man-silhouette-on-bench[1]

เรื่องของเรื่องคือ ในช่วงที่ผมพำนักอาศัยโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นที่ทำงานสำรองแทนออฟฟิซหลักซึ่งถูกปิดล้อมโดยกลุ่มกปปส.ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ม.ค. 57 ที่ผ่านมา ในเช้าวันหนึ่ง หลังจากที่ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปทำงาน ขณะที่กำลังเปิดผ้าม่านเพื่อรับแสงแดดรำไรยามเช้า สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็วอยู่บริเวณต้นไม้ข้างโรงแรม หลังจากสังเกตอยู่แป๊ปนึงก็รู้ว่ามันคือกระรอก แต่ที่ผมแปลกใจคือ มันมีสีขาว! (ตั้งแต่เกิดมาเคยเห็นแต่กระรอกสีน้ำตาล) ด้วยความที่โทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ตัว จึงถ่ายภาพแบบเบลอ ๆ ไว้ได้

หลายวันถัดมา ระหว่างที่ขับรถพาครอบครัวไปทานอาหารกลางวันนอกบ้าน ขณะที่รถติดไฟแดงอยู่ ผมเห็นหนูท่อตัวใหญ่กำลังไต่มุมตึกเพื่อปีนขึ้นที่สูงได้ ผมอุทานว่า “เฮ้ย! เพิ่งเคยเห็นว่าหนูสามารถปีนกำแพงได้ “ … การตอบรับของคุณพ่อที่มีให้คือ “มันจะมีได้ยังไง นั่น ดูซิ คนเดินไปมาอยู่ตรงนั้น มันจะมีหนูได้ยังไง มันเป็นหัวคนตะหาก โน่น ดูสิ  คนเดินอยู่โน่นแหนะ ” วนอยู่สองสามรอบ… คำพูดนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวหดเล็กลงเหลือแค่มด มันจุกเล็ก ๆ ว่านี่เราไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยหรือ? ถึงขนาดแค่เรื่องหนูท่อไต่กำแพงยังถูกมองว่าเป็นเรื่องจินตนาการ และเป็นไปไม่ได้ในความจริง

ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ขณะที่ผมอยู่กับภรรยาและลูกตามลำพัง ผมถามภรรยาว่า “ถ้าเราบอกว่าเห็นกระรอกเผือก เธอจะเชื่อไหม? ” เธอเงียบไปพักใหญ่ ซึ่งผมเดาได้ทันทีว่าเธอไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูด ผมจึงเปิดมือถือให้เธอดูภาพข้างล่างนี้

photo

เธออึ้งเล็กน้อย ผมจึงเอ่ยปากถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน พูดถึงความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของผม ซึ่งผมชาชินเสียแล้วจากการที่เกิดเป็นลูกคนสุดท้องลำดับที่ 5 ของครอบครัว ตั้งแต่เล็กจนโตก็มักถูกพ่อแม่และเหล่าพี่ ๆ มองข้ามความคิดของเด็กน้อยผู้นี้อยู่เสมอ

ผมบอกกับเธอว่าในไม่ช้าลูกของเราจะโตขึ้น เริ่มมีความคิดและจินตนาการของตัวเอง และคงอยากเล่าเรื่องราวและความคิดต่าง ๆ ให้พ่อแม่ฟัง เรามาช่วยกันทำให้ลูกมีความมั่นใจและกล้าพูดในสิ่งที่เขาคิดกันเถอะ เพราะไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนย่อมอยากได้รับการยอมรับทั้งนั้น

ปล. กระรอกเผือกแบบชัด ๆ  >> ที่นี่

Leave a Reply