ในอดีตมีแม่ทัพคนหนึ่งเล่นหมากล้อมเก่งมาก ไม่ค่อยมีคนเล่นชนะได้ อยู่มาวันหนึ่ง แม่ทัพท่านนี้ออกรบ ระหว่างทางต้องผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เห็นบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่ง มีป้ายติดว่า “นักหมากล้อมอันดับ 1 ของประเทศ”
แม่ทัพไม่เชื่อ จึงเข้าไปหาเจ้าของบ้านและขอปะทะฝีมือด้วย ปรากฎว่าเจ้าของบ้านแพ้ทั้ง 3 กระดาน แม่ทัพหัวเราะเยาะ “ฮ่าๆๆ แกเอาป้ายลงได้แล้ว!!” แล้วแม่ทัพก็ไปออกรบด้วยความดีใจ
ไม่นานนัก แม่ทัพผู้นี้ชนะศึกกลับมา ระหว่างเดินทัพกลับมาทางเดิม ก็เห็นป้าย “นักหมากล้อมอันดับ 1 ของประเทศ” ยังถูกแขวนอยู่ที่บ้านหลังเดิม แม่ทัพจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้าน และท้าดวลอีก ปรากฎว่าครั้งนี้ แม่ทัพแพ้ทั้ง 3 กระดาน
แม่ทัพประหลาดใจมาก ถามเจ้าของบ้านว่าเพราะอะไร? เจ้าของบ้านตอบว่า “ครั้งก่อน ท่านมีภารกิจสำคัญ ต้องนำทัพไปออกรบ ข้าน้อยจะไปลบเหลี่ยมทำให้ท่านหมดขวัญกำลังใจมิได้ แต่ครั้งนี้ ท่านชนะกลับมา ข้าน้อยหาต้องออมมือไม่”
คนที่เก่งจริงในโลกนี้ คือคนชนะได้แต่ไม่จำเป็นต้องชนะ มีใจกว้างขวางพอที่จะให้ การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน รู้ ไม่จำเป็นต้องพูด ไม่พูด ใช่ว่าจะไม่รู้ หากคุณพูดในสิ่งที่คุณรู้ แต่เป็นเรื่องที่เจ้าของเรื่องไม่อยากให้รู้ หรือไม่คิดว่าคนอื่นจะรู้ คุณไม่ได้มิตร แต่ได้ศัตรู คนทุกคนบอกว่ารับความจริงได้ ต้องการให้คุณพูดความจริง แต่พอคุณพูดแล้ว ใช่ว่าจะรับได้ทุกคน อาจจะโกรธคุณอีกต่างหาก ที่เสือกรู้ความจริง ที่บอกให้คุณพูดความจริง ต้องการจะรู้ว่าคุณรู้เท่าไหน แต่ไม่ได้หมายความว่ารับความจริงได้ เมื่อรู้ว่าคุณรู้เยอะมาก เยอะกว่าที่เขาคาดไว้ เขาย่อมโกรธคุณ เพราะ “รู้ทัน”
ต่อหน้าคนใจแคบ คุณต้องใจกว้าง ถ้าทำใจกว้างไม่ได้ ก็ต้องแกล้งโง่
เรื่องนี้ผมนำมาจากโพสบนเฟซบุ๊คของคุณ MetaIbc Ibrain (link) และนำมาปรับเพียงเล็กน้อย
ผมขอขอบคุณเจ้าของโพสมา ณ ที่นี้ด้วย หากผู้อ่านชอบก็สามารถไปกดไลค์ให้โพสนั้นได้นะครับ :))
ปล. วรรคสุดท้าย ผมอ่านแล้วขนลุกครับ ลึกซึ้งยิ่งนัก
