วันนี้วันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2550

อืมม… ไม่ได้เข้ามานาน เปลี่ยนไปเยอะทีเดียว
 
เมื่อตอนตีหนึ่งกะลังจะเข้านอน โทรศัพท์มันดังอีกแล้ว
เค้าโทรบอกปลุกให้ไปทำ production support
ไม่ทำไม่ได้ เพราะเสียดายตังค์ ได้ค่าทำครั้งละพัน
คล้ายๆ สาวไซด์ไลน์ ประมาณนั้น
 
บอกให้แก้ไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้จะตีสอง
ไม่รู้ทำอะไรกันอยู่ ฉันอยากไปนอนเฟ้ย
พรุ่งนี้เจ้านายหย่ายย..นัดไปดูหนัง และบังคับเลี้ยงอาหารเกาหลี
ไปแบบง่วงๆทีไร กินอาหารได้แค่แมวดม ไม่คุ้ม
 
ฉันว่าจะมาเขียนสุนทรพจน์กล่าวขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่มาให้กำลังใจฉัน
ยามมรสุมชีวิตพัดแรงเมื่อปลายเดือนมกราที่ผ่านมา
ไม่ว่างอย่างแรง… เนื่องจากไม่มีแม่คอยดูแลแล้ว
จึงต้องลำบากดูแลตัวเองกว่าเมื่อก่อนเยอะเชียว
 
ไอ้เจ้าโคกคูนตระกูลแมวหลายต่อหลายรุ่น ที่เคยเล่าให้ฟังน่ะ
มันก็ตายกันไปหมด ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ส่วนไอ้นินจาเต่าทั้งสี่ ก็เอาไปถวายวัดช่วงงานน่ะ มันจะได้มีอิสระ
 
เมื่อแม่อยู่ ตู้ปลาจะมีปลาอย่างน้อย 11 ตัว ตามสูตรที่แม่บอก
แต่ตอนนี้ทั้งบ้านเหลือปลาทองอยู่แค่ตัวเดียว ที่แม่ซื้อไว้นานมาแล้ว
ถ้าไม่นับรวมแมลงสาบ+หนู+ยุงที่อยู่ในบ้าน รกๆ ที่ไม่มีแม่คอยดูแล
 
ซุปหม้อยักษ์ที่แม่ทุ่มทุนสร้างยั่งก่ะหนังท่านมุ้ย
จ่ายตลาด 8-10 โมง เคี่ยวตั้งแต่ 11 โมงยันบ่าย 4
เพื่อให้ทุกคนได้ชิมฝีมือ แต่หลายคนบ่นเค็ม บ่นหวาน บ่นจืด
ตอนนี้ไม่ต้อง "แหล่ก" กันหมด เป็นไงล่ะ สม
 
ตอนนี้ฉันได้กินซุปหม้อยักษ์ ใหญ่กว่าที่แม่ทำ
ที่เคี่ยวตั้งแต่ 8 โมงของเมื่อวานนี้ และขายเหลือจนถึงบ่าย 4 วันนี้
แต่ฉันก็ต้องกิน บ่นไม่ได้ เดี๋ยวแม่ค้าเอาตะหลิวไล่ตบ
 
เมื่อแม่อยู่ มีอาหารสด อาหารคาว ขนม ของหวาน
ยัดอยู่เต็มตู้เย็น 20กว่าคิว แม่บ่นว่าตู้มันไม่พอ
พอฉันจบมหาลัย เอาตู้เย็น 10คิวกลับมา
แม่ก็สรรหาของมายัดจนมันเต็มได้อีกเช่นกัน
ฉันชอบบ่น บ่น บ่น ว่าซื้อมาทำไมเยอะแยะ
แม่เค้าบอกว่า ก็มันอร่อย อยากให้ทุกคนได้กิน
 
ตอนนี้เปิดแมร่งทั้งสองตู้ ยังไม่มีอะไรจะให้กินเลย
ตอนดึกๆ หิวๆ ก็ซัดน้ำเปล่า
รอไปกินซุปหม้อยักษ์ของแม่ค้าคนข้างบนตอนเช้า
 
ช่วงปีใหม่ ฉันบอกแม่ว่าหัวหน้าจะให้ฉันเป็นผู้นำทีม
ดูแม่ออกจะดีใจ แต่ตอนนี้แม่จะรู้ไหมเนี่ย
ว่าคนในทีมที่ได้เกียรตินิยมอันดับสอง ที่ฉันบอกให้หัวหน้าเลือก
กลับทำให้ฉันคิดหนัก เพราะเธอต่างจากที่ฉันคิดไว้มาก
//ไม่มีการจัดการงาน – เธอต้องให้ฉันพูดซ้ำๆ ห้ารอบ สำหรับสิ่งเดิมๆ
 
//ไม่รู้จักแบ่งแยกเวลา – เธอใช้เวลางาน+เบอร์บริษัทโทรหาบริษัทรถทัวร์เพื่อไปเที่ยวอมก๋อย
ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่มาทำงาน,  เธอหนีงานไปเที่ยวอมก๋อยโดยปิดโทรศัพท์ทิ้งตอนฉันโทรไปตาม
รวมถึงเมื่อวานที่เธอลางานโดยไม่แจ้งฉันหรือหัวหน้า และยังให้คนอื่นตอกบัตรเข้างานแทนอีก
 
//ไม่มีสัมมาคารวะ – เธอใช้สรรพนามเรียกฉันว่า "แก"
ตั้งแต่วันแรกที่เธอมาทำงานกับฉัน ฉันอยู่ที่นี่มาจะ3ปี ไม่เคยมีใครเรียกฉันแบบนี้
และฉันไม่คิดว่าการที่เธอมีอายุเท่าฉัน จะสามารถทำให้เธอตีสนิทฉัน จนลืม "ความอาวุโสในสายงาน"
 
คิดถึงแม่จริงๆ
แม่เป็นที่ปรึกษา เพื่อนคู่คิดของฉัน
แม่จะรู้ไหมว่า ในบ้านหลังนี้
แม่คือผู้เดียวที่รู้ว่าฉันได้เงินเดือนเท่าไร
แม่คือผู้เดียวที่รู้ว่าฉันมีเงินเก็บเท่าไร
 
แม่เคยบอกว่าอยากไปเที่ยวที่นู่นที่นี่ ไปกินที่นั่นที่นี่
ฉันทำตามใจแม่ไม่ถึง 1 ใน 10 ครั้งที่แม่บอก
 
เมื่อสองปีก่อน ฉันเคยพาแม่ไปกินเอ็มเค
และเหมือนจะไม่เคยพาไปอีกเลย
หลังจากแม่หลับไปแล้ว ครั้งแรกที่ฉันกลับไปกินเอ็มเค
ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นเมนูที่แม่บอกว่าชอบ
แม่ฉันชอบกินซูชิด้วย ตอนฉันไปฟูจิ ฉันจะใส่วาซาบิเยอะๆ
แล้วแกล้งทำสำลักให้มันขึ้นจมูก จะได้ร้องไห้แบบไม่ต้องอายใคร
 
ฉันเคยพูดว่าถ้าฉันเก็บเงินได้สองแสน
ฉันจะใช้เงินส่วนที่เหลือเพื่อความสุขของฉัน
แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ
 
ทุกวันนี้ฉันมีมากกว่าตอนนั้นมากมาย
แต่ฉันแทบหาความสุขจากมันไม่ได้เลย
นอกจากความสุขเพียงชั่วครู่เมื่อได้เห็นราคากองทุนที่พุ่งสูงขึ้น
 
แล้วฉันจะหาความสุขได้จากที่ไหน??
 
อุทาหรณ์ชีวิต สำหรับทุกๆท่าน
 
 
 
ปล. อย่าตอบว่า
"ในเมื่อมีเยอะแล้วเป็นทุกข์ ก็เอามาให้เราหมดเลยไง จะได้มีความสุข"
อันนี้ เจ้านายหย่ายยย.. เค้าบอกมาตั้งนานแล้ว